ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งเน้นด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” (ซึ่งเป็นต้นแบบและแผนที่ภูมิภาค) โดยการนำองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมพร้อมใช้ไปหนุนเสริมและบูรณาการร่วมกับกลไกการปฏิบัติของหน่วยงานในพื้นที่ มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 3 เป้าหมาย คือ 1) น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง (100 ตำบล ใน 10 จังหวัด) 2) ประชาชน รอดจากน้ำท่วม น้ำแล้ง ลดลง 120,000 ครัวเรือน และ 3) มีรายได้เพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ 900 ล้านบาท
จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญเป็น sandbox ในการบริหารเพื่อความมั่นคงทางน้ำตามเป้าหมายที่ผ่านมา วช. ได้จัดกิจกรรมกับภาคีความร่วมมือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ วช. พร้อมรับประเด็นที่เป็นความต้องการและปัญหามาตอบโจทย์ตามบริบทของพื้นที่ และประเด็นท้าทายต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำสู่ความมั่นคง การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง การรุกล้ำของน้ำเค็ม โดยใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ได้จริงทั้งในเชิงของการต่อยอดหรือประยุกต์สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่จากการเสวนาร่วมกับทุกจังหวัดที่ผ่านมา วช. ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ ซึ่งเห็นถึงสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำเพื่อความมั่นคง กลไกการบริหารจัดการร่วมกับภูมิปัญญา ชุมชน และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความชัดเจนของบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสร้างทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรท้องถิ่น ผู้นำชุมชนท้องถิ่น และ ประชาชน ให้เข้าถึงและเข้าใจองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นกลไกถาวรในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า "วช. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่าย เพื่อ “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยเพื่อน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม"
ถัดมาเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช. กับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่ จังหวัดสงขลา และร่วมแสดงเจตนารมณ์ ได้แก่
- นางสาวนิชลีย์ ธีรเดช สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
- นายยุทธพล วรรณโก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 4 ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
- นายสมเกียรติ อำนวยสุวรรณ สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
- นายสมโชติ พุทธชาติ มูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ
- รศ.ดร.ฉัตรไชย รัตนไชย จังหวัดสงขลา (ผู้จัดการศูนย์บริหารงาน)
- นายกิตติพงศ์ สิงห์ทอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
- นายวิโรจน์ เอี่ยมสุวรรณ สภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา
- นายบุญโชค ชั่งสิริพร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา
- นายศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา
- นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา
- นางสาวปภัสราภรณ์ ตันธนวงศ์ ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดสงขลา
- นายชาคริต โภชะเรือง ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนสงขลา
มีการจัดหารือแนวทางการทำงานร่วมกันภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนมุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยเพื่อพื้นที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ และผู้บริหารระดับสูงของ วช. เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช. กับภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมเป็นสักขีพยานและเป็นเกียรติในพิธีครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยการใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่อย่างครอบคลุมและต่อเนื่องและยั่งยืน
